Posted on

แนะนำเกมสล็อตออนไลน์ Holiday palace

เกมสล็อตออนไลน์

สล็อตออนไลน์ Holiday Palace กับเกมส์ Lucky Dragon Casino เป็นเกมส์หมุนสล็อตออนไลน์ รูปแบบใหม่ของ Holiday Palace ซึ่งสามารถใช้วิธีการเล่นเหมือนเกมส์สล็อตทั่วไปคือการหมุนให้ได้ภาพเหมือน ในแถวแนวนอนและแนวทะแยงมุม ยิ่งหมุนได้รูปสัญลักษณ์เหมือนกันเท่าไหร่ คุณยิ่งมีสิทธ์ได้รับโบนัสมากเท่านั้น ตามอัตราการจ่ายของในแต่ละเกมส์ของหมวดเกมส์สล็อตออนไลน์

Dancing Beauty สล็อต ฮอลิเดย์
บริการเกมสล็อตออนไลน์ Dancing Beauty ที่มีเรื่องราวภาพสัญลักษณ์ในเกมเกี่ยวกับความสวยความงามของนางรำ สตรีที่ให้ความบรรเทิงผ่านถ่วงท่าลีลาการระบำที่สวยงาม Dancing Beauty Slot เป็นสล็อตออนไลน์แบบไลน์คงที่ 243 Ways

Flying Horse Holiday Slot
Holiday Palace Slot สัมผัสกับเกมสล็อตที่น่าเล่นอย่าง Flying Horse เกมที่มีภาพสัญลักษณะเกี่ยวกับตำนาน สัตว์ในเทพปกรณัมกรีก เป็นม้าเพศผู้รูปร่างกำยำพ่วงพีสีขาวบริสุทธิ์ และมีปีกอันกว้างสง่างามเหมือนนกพิราบ กับไลน์เดิมพันแบบคงที่จำนวน 243 ไลน์

Four Guardians Slot Online
เกมส์สล็อตออนไลน์ สี่ผู้พิทักษ์(Four Guardians) ภาพสัญลักษ์สล็อตแสดงเรื่องราวของสี่ผู้พิทักษ์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบโหราศาสตร์จีนโบราณ ประกอบไปด้วย Azure มังกรแห่งภาคตะวันออก , Vermillion Bird of South , เสือขาวตะวันตก , เต่าสีดำของภาคเหนือ

Lucky Dragon Casino สล็อต ฮอลิเดย์
Lucky Dragon Casino เกมสล็อตที่มีภาพสัญลักษณะสล็อตออนไลน์เกี่ยวกับ Lucky Dragon Casino ชิปวางเดิมพันและสาวงาม เป็นไลน์แบบคงที่ และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของเครดิตได้ เป็นสล็อตเกมที่สามารถเล่นไเพลิดเพลินทั้งภาพและเสียง

Lucky Shiht Zu สล็อตออนไลน์
Lucky Shiht Zu เกมสล็อตชิสุนำโชค ชิสุ หรือ Shiht Zu เป็นสุนัขพันธุ์นี้มาจากภาษาจีน แปลว่า สุนัขสิงโตเป็นสุนัขในสามสายพันธุ์ชั้นสูง ถูกนำมารวมกับสัญลักษณ์ที่เกี่ยวให้ความรู้สึกเป็นสัญลักษณ์เกี่ยวกับจีน Feature awards are added to primary wins สนุกกับเจ้า ชิสุแสนน่ารัก เร้าใจกับรางวัลใหญ่ในเกมได้ทุกวัน

Phoenix Queen Slot
ราชินี ฟีนิกซ์ สล็อตออนไลน์แบบ 5 กงล้อ 243 ไลน์แบบคงที่ ปรับเครดิต เดิมพันได้สูงสุดได้ มีปุ่มเล่นอัตโนมัติสามารถตั้งค่าให้หยุดเมื่อชนะรางวัล เกมสล็อตราชินีฟีนิกซ์(Phoenix Queen) อีกหนึ่งเกมที่นิยมเล่นกัน Holiday Palace พบและสัมผัสเกมสล็อตออนไลน์รูปแบบใหม่กันได้แล้ววันนี้

Posted on

ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ

IMG_2283

Coffee-1

 

ทั้งนี้สรรพคุณทางการแพทย์และทางสุขภาพของกาแฟนั้นเชื่อว่ามาจากคาเฟอีน สารกระตุ้นที่พบได้สูงจากกาแฟที่มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง หัวใจ และกล้ามเนื้อ
การศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกาแฟในการป้องกันและรักษาโรคส่วนใหญ่จึงมุ่งไปที่สารคาเฟอีนในกาแฟเป็นหลัก โดยกาแฟสำเร็จรูปโดยทั่วไป 1 แก้วประกอบด้วยคาเฟอีนประมาณ 85-100 มิลลิกรัม แต่หากเป็นกาแฟชงสดจะมีคาเฟอีน 100-150 มิลลิกรัมต่อแก้ว ส่วนกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนนั้นก็ยังคงมีคาเฟอีนประมาณ 8 มิลลิกรัมต่อแก้ว ทั้งนี้กาแฟที่ผ่านกระบวนการคั่วจนเข้มจะมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟสีอ่อน

ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพ

ประโยชน์ที่น่าจะได้ผล (Likely effective)

เพิ่มความตื่นตัวของสมอง การดื่มกาแฟ ชา และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทั้งหลายตลอดวันดูเหมือนจะช่วยเพิ่มความตื่นตัวของร่างกายและสมอง ปลุกความสดชื่นให้สมองปลอดโปร่ง โดยหลายงานวิจัยชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนสามารถช่วยเพิ่มความกระปรี้กระเปร่าในระหว่างวัน เช่น การศึกษาหนึ่งที่ให้ผู้เข้าร่วมทดลองสุขภาพดีรับคาเฟอีน 250 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ตอน 9 โมงเช้าและบ่ายโมง เป็นเวลานาน 3 วัน ซึ่งพบว่าคาเฟอีนช่วยลดความง่วง เพิ่มความตื่นตัวและความจดจ่อในช่วงระหว่างวันได้ดี

นอกจากนี้กาแฟยังเป็นตัวเลือกของผู้ที่อดนอนหรือนอนไม่เต็มอิ่มในคืนก่อนแล้วยังต้องการความตื่นตัวในวันต่อไป มีการศึกษาประสิทธิภาพของการดื่มกาแฟในชายสุขภาพดีที่อดนอนเป็นเวลา 48 ชั่วโมง พบว่าคาเฟอีนช่วยเพิ่มความตื่นตัวและคลายความอ่อนล้าจากการอดนอนได้อย่างดี ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการศึกษาพบว่าการผสมคาเฟอีนเข้ากับน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มชูกำลังยังน่าจะช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ความคิดและการทำงานของสมองได้มากกว่าการได้รับกลูโคสหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียว

ประโยชน์ที่อาจได้ผล (Possibly effective)

ป้องกันหรือชะลอการเกิดโรคพาร์กินสัน ภาวะอาการที่ทำให้เกิดความเคลื่อนไหวผิดปกติและมีอาการสั่นตามร่างกายที่ไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากการเสื่อมหรือเสียหายของเซลล์สมองชนิดนี้ งานวิจัยพบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างกาแฟ ชา และน้ำอัดลมเป็นประจำนั้นมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนสรรพคุณข้อนี้ของคาเฟอีน ทดลองให้อาสาสมัคร 317 คนดื่มกาแฟและเครื่องดื่มอื่น ๆ ที่มีคาเฟอีน ผลลัพธ์พบว่าการได้รับคาเฟอีนในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงต่อโรคพาร์กินสันที่น้อยลงทั้งในเพศชายและเพศหญิง

ทั้งนี้จากงานวิจัยทั้งหมดที่มี ประสิทธิภาพของคาเฟอีนในการลดความเสี่ยงโรคพาร์กินสันในเพศชายจะขึ้นอยู่กับปริมาณกาแฟที่ได้รับ โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 3-4 แก้วต่อวันนั้นพบว่าช่วยให้ความเสี่ยงลดน้อยลงมาก แต่การดื่มเพียง 1-2 แก้วต่อวันก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน

สำหรับผู้หญิง ปริมาณคาเฟอีนที่ได้รับไม่ได้มีผลต่อระดับความเสี่ยงมากนัก โดยการดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน 1-3 แก้วต่อวันจะให้ผลดีที่สุดในการรับมือกับโรคพาร์กินสัน นอกจากนี้ผลการศึกษาที่น่าสนใจยังพบว่าการดื่มกาแฟจะไม่มีผลต่อการลดโอกาสเสี่ยงจากโรคนี้ในผู้ที่มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ทั้งเพศชายและเพศหญิง

ป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี การดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอย่างกาแฟอย่างน้อยวันละ 400 มิลลิกรัมดูเหมือนจะมีส่วนช่วยลดการเกิดโรคนี้ได้ โดยจากการศึกษาในผู้ที่ไม่เคยมีประวัติป่วยด้วยโรคนิ่วในถุงน้ำดีมาก่อนจำนวนหลายพันคน ปรากฏว่าความเสี่ยงต่อโรคทั้งชายและหญิงจะยิ่งลดลงเมื่อได้รับคาเฟอีนในปริมาณที่มากขึ้น โดยการดื่มกาแฟวันละ 800 มิลลิกรัม หรือเทียบเท่ากับกาแฟประมาณ 4 แก้วขึ้นไปต่อวันจะให้ผลดีในการป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ดีที่สุด

ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง งานวิจัยหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วมทดลอง 5,145 คน ดื่มกาแฟวันละ 1 หน่วยบริโภค วันละไม่เกิน 2 หน่วยบริโภค วันละ 2-2.5 หน่วยบริโภค หรือวันละ 2.5 หน่วยบริโภคขึ้นไป ผลการศึกษาชี้ว่าปริมาณการดื่มกาแฟที่มากขึ้นจะยิ่งช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง และยังมีบางงานวิจัยที่กล่าวแนะนำประสิทธิภาพของกาแฟต่อการป้องกันโรคนี้ว่าการรับประทานกาแฟวันละ 3 แก้วอาจช่วยลดโอกาสเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ทว่าผลการศึกษาที่เป็นไปในทางตรงข้ามก็มีเช่นกัน โดยมีการรวบรวมข้อมูลที่เกิดขึ้นก่อนหน้างานวิจัยข้างต้น ผลสรุปว่าการบริโภคกาแฟหรือชาที่มีคาเฟอีนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง แต่การบริโภคกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนแล้วต่างหากที่มีความสัมพันธ์กับอัตราการเกิดโรคที่ลดลง ผลการศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณในด้านนี้ของกาแฟจึงยังมีความขัดแย้งและไม่อาจสรุปได้ชัดเจน

ป้องกันโรคเบาหวาน จากการศึกษาประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 กาแฟอาจมีส่วนช่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น งานวิจัยหนึ่งที่ศึกษากับผู้ที่ไม่มีโรคเบาหวาน มะเร็ง หรือโรคหัวใจและหลอดเลือด แล้วพบว่าการดื่มกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยยับยั้งการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้อย่างมีนัยสำคัญ หรือการทดลองในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ที่พบว่าการดื่มกาแฟโดยไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียมอย่างน้อยวันละ 3 ครั้งต่อวันให้ผลดีที่สุดในการป้องกันการเกิดโรคเบาหวานในกลุ่มที่เสี่ยงต่อโรค

ทั้งนี้การศึกษาเกี่ยวกับการใช้กาแฟป้องกันโรคเบาหวานที่มีนั้นยังพบว่าปริมาณที่ให้ผลดีมีความแตกต่างกันไปในแต่ละกลุ่มประเทศ เช่น จากการศึกษาในชาวญี่ปุ่น ผู้ที่ดื่มกาแฟวันละ 3 แก้วขึ้นไปจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลดลง 42 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มกาแฟเพียงวันละ 1 แก้วหรือน้อยกว่า หรือในยุโรปที่พบว่าการรับประทานกาแฟวันละ 5-6 แก้วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานในเพศชาย 30 เปอร์เซ็นต์ และเพศหญิง 61 เปอร์เซ็นต์ กาแฟจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคนี้ได้อย่างไร ควรรับประทานเท่าใดจึงจะปลอดภัยนั้นยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไป

ประโยชน์ที่ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอจะระบุประสิทธิภาพ

ป้องกันโรคเก๊าท์ บางงานวิจัยแนะนำว่าการดื่มกาแฟอาจช่วยป้องกันการเกิดโรคเก๊าท์ได้ การศึกษาหนึ่งที่สนับสนุนคุณประโยชน์ด้านนี้ของกาแฟทำการทดลองในหญิงและชายจำนวนมาก โดยแบ่งกลุ่มให้ดื่มกาแฟปกติที่มีคาเฟอีน กาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีน ชา และคาเฟอีนอย่างเดียว เป็นเวลานานกว่า 4 ปี ปรากฏว่าการบริโภคกาแฟในระยะยาวมีส่วนช่วยลดโอกาสเสี่ยงในการเกิดโรคเก๊าท์ได้ และพบว่าส่งผลให้ระดับกรดยูริกซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคลดต่ำลง

ทั้งนี้จากการศึกษาไม่พบว่าการดื่มชาหรือคาเฟอีนเพียงอย่างเดียวมีคุณสมบัติป้องกันโรคเก๊าท์ แต่เมื่อเทียบระหว่างกาแฟที่มีคาเฟอีนกับกาแฟที่ผ่านการลดคาเฟอีนแล้ว กาแฟที่มีคาเฟอีนยังคงให้ผลดีกว่าอยู่ดี อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ของกาแฟในด้านนี้ยังนับว่ามีข้อมูลไม่เพียงพอ ทำให้ไม่อาจยืนยันประสิทธิภาพของการรักษาได้แน่ชัด

ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ มีการกล่าวถึงสรรพคุณของคาเฟอีนต่อการชะลอภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์กันมาก การดื่มกาแฟจะให้ผลดีจริงหรือไม่นั้นก็ยังไม่ทราบแน่ชัด เนื่องจากยังมีการทดลองในด้านนี้ไม่มากนัก ทั้งนี้ได้มีการทบทวนการศึกษาที่ผ่านมา ซึ่ง 3 ใน 5 ให้การสนับสนุนประโยชน์ของกาแฟในการป้องกันภาวะสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์ แต่ 2 ใน 3 งานนั้นเป็นการศึกษาโดยใช้ชาผสมกับกาแฟ ซึ่งคุณประโยชน์ของชาในด้านนี้ก็ยังคลุมเครืออยู่เช่นกัน ส่วนงานวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ของกาแฟและโรคนี้โดยตรง กล่าวว่าการดื่มกาแฟวันละ 3-5 แก้วตั้งแต่ในช่วงวัยกลางคนอาจมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ในวัยสูงอายุที่ลดลงประมาณ 65 เปอร์เซ็นต์

ลดอาการปวดศีรษะและไมเกรน หนึ่งในคำแนะนำสำหรับวิธีบรรเทาอาการปวดศีรษะที่อาจเคยได้ยินบ่อยครั้งก็คือการดื่มกาแฟ สาเหตุอาจมาจากการที่คาเฟอีนนั้นมักถูกใช้เป็นส่วนผสมในยาบรรเทาอาการปวดบางชนิด โดยอาจช่วยให้ยามีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 40 เปอร์เซ็นต์ ทว่าการรับประทานกาแฟที่มีคาเฟอีนนั้นจะช่วยให้หายจากอาการปวดศีรษะได้จริงอย่างที่เชื่อกันหรือไม่ ทางวิทยาศาสตร์เองยังไม่พบคำตอบในเรื่องนี้ ตรงกันข้าม ยังคาดว่าคาเฟอีนอาจเป็นตัวการให้เกิดอาการปวดศีรษะเสียเองได้เช่นกัน

ลดความตึงเครียด ว่ากันว่าการดื่มกาแฟช่วยลดความตึงเครียด แต่หลักฐานการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับสรรพคุณลดความเครียดของกาแฟนั้นไม่ยังไม่พบแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการได้รับคาเฟอีนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดความเครียด ความวิตกกังวล และภาวะซึมเศร้าในเด็กชั้นมัธยมอีกด้วย

ดีต่อสุขภาพหัวใจ ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่ากาแฟให้คุณหรือให้โทษต่อหัวใจกันแน่ โดยเชื่อว่าในกาแฟนั้นอาจมีสารที่สามารถให้ทั้งประโยชน์และโทษต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด บางงานวิจัยกล่าวว่ากาแฟอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และอีกหลาย ๆ งานที่แนะนำว่าการดื่มกาแฟในปริมาณปานกลางสามารถป้องกันการเกิดโรคนี้ได้ นักวิจัยบางคนจึงคาดว่ากาแฟอาจประกอบด้วยสารอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นต้น

ควบคุมน้ำหนัก กล่าวกันว่ากาแฟสามารถช่วยลดน้ำหนัก ลดความอ้วนได้ สำหรับประโยชน์ของกาแฟในด้านนี้ มีการศึกษาบางงานที่แนะนำว่าการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกวันอาจมีส่วนช่วยควบคุมและลดน้ำหนัก หรือในอีกงานวิจัยหนึ่งที่พบว่ากาแฟหรือคาเฟอีนในกาแฟอาจไปช่วยกระตุ้นอัตราการเผาผลาญและส่งผลให้ทั้งผู้ที่มีน้ำหนักปกติและผู้ที่มีภาวะอ้วนมีน้ำหนักตัวลดลงได้ อย่างไรก็ตาม การศึกษาเหล่านี้ยังเป็นเพียงงานวิจัยที่ทดลองในคนจำนวนไม่มากและมีข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ยังเชื่อถือได้ไม่มากพอ

รักษาโรคหืด อีกคุณประโยชน์ของกาแฟที่ยังเป็นที่สงสัยว่าจะมีประสิทธิภาพต่อการรักษาได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจากการศึกษาที่รวบรวมงานวิจัยด้านนี้ พบว่าคาเฟอีนอาจช่วยให้การทำงานของระบบทางเดินหายใจในผู้ป่วยโรคนี้ดีขึ้นได้ปานกลางนานถึง 4 ชั่วโมง และอาจต้องแนะนำให้ผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการได้รับคาเฟอีนก่อนการตรวจการทำงานของปอดเป็นเวลาอย่างน้อย 4 ชั่วโมง เนื่องจากคาเฟอีนอาจทำให้ผลลัพธ์การตรวจคลาดเคลื่อนได้ คาดว่าหากในอนาคตมีการศึกษาเพิ่มเติมคงได้ทราบกันว่ากาแฟส่งผลดีต่อผู้ป่วยโรคหืดจริงหรือไม่

รักษาโรคตับ การดื่มกาแฟอาจยังให้ผลดีต่อผู้ป่วยโรคตับ โดยมีการทบทวนงานวิจัยที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากการสรุปข้อมูลที่พบในปัจจุบัน งานวิจัยบางงานกล่าวว่าการดื่มกาแฟอาจมีความสัมพันธ์กับระดับเอนไซม์ตับและผลตรวจการทำงานของตับที่ดียิ่งขึ้นในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคตับทั้งหลาย

ส่วนการดื่มกาแฟในผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังนั้นอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็ง ลดอัตราการเกิดเซลล์มะเร็งตับ และการเสียชีวิตในผู้ป่วยโรคตับแข็ง นอกจากนี้ ด้านการรักษาโรคไวรัสตับอักเสบซี กาแฟก็อาจมีประโยชน์ในการช่วยให้ผลการรักษาระยะยาวดีขึ้น ทว่าผลการศึกษาทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากาแฟจะมีประโยชน์ทางการแพทย์มากพอที่จะนำมารักษาผู้ป่วยโรคตับได้

1-2

ประโยชน์ที่อาจไม่ได้ผลespanyc.com

การป้องกันโรคมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร จากความเชื่อที่ว่ากาแฟอาจช่วยป้องกันโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในส่วนต่าง ๆ ของระบบย่อยอาหาร เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งในกระเพาะอาหาร การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่พบว่าการดื่มกาแฟหรือชาจะช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งเหล่านี้ได้ ส่วนใหญ่พบว่าการดื่มชาหรือกาแฟไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอัตราการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งหลอดอาหารแต่อย่างใด

การป้องกันมะเร็งเต้านม ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของกาแฟอาจไม่เป็นจริง โดยการศึกษาส่วนใหญ่ไม่พบความสัมพันธ์ของอัตราการเกิดโรคนี้ที่ลดลงในผู้ที่บริโภคกาแฟ ดังงานวิจัยหนึ่งที่เผยว่าการดื่มกาแฟไม่ได้ส่งผลให้อัตราความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมในหญิงจำนวน 38,432 คนลดลงจากเดิม

ผลข้างเคียงจากการดื่มกาแฟ

ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีสามารถดื่มกาแฟได้โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใด ๆ ทั้งนี้การดื่มกาแฟก็เช่นเดียวกับอาหารหรือสมุนไพรอื่น ๆ ที่อาจมีผลข้างเคียงหรือเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้เมื่อรับประทานเกินพอดี โดยเฉพาะเมื่อใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์บางประการหรือดื่มร่วมกับยาบางชนิด ผู้ใช้จึงควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัยและพึงระมัดระวังดังนี้

กาแฟประกอบด้วยสารคาเฟอีนที่สามารถก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับ กระสับกระส่าย กระวนกระวาย อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ และผลข้างเคียงอื่น ๆ
การดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจทำให้ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย วิตกกังวล ได้ยินเสียงดังในหู หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้
การได้รับกาแฟวันละ 6 แก้วอาจทำให้เกิดการเสพติดกาแฟ ซึ่งอาจส่งผลให้มีอาการวิตกกังวลหรือกระสับกระส่าย
การดื่มกาแฟจนติดเป็นเป็นนิสัยอาจส่งผลให้ขาดกาแฟไม่ได้ และอาจมีอาการที่เกิดจากการขาดคาเฟอีนหากเลิกดื่มกาแฟอย่างฉับพลัน
กาแฟที่ชงแบบไม่กรองอาจมีปริมาณคอเลสเตอรอล ไขมันชนิดไม่ดี และระดับไขมันไตรกลีเซอร์ไรด์โดยรวมมากกว่ากาแฟชนิดอื่น ซึ่งจะยิ่งเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ ทางที่ดีจึงควรดื่มกาแฟชงแบบกรองเพื่อลดคอเลสเตอรอลเหล่านี้
มีข้อกังวลว่าการดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันอาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้ป่วยด้วยโรคหัวใจนั้น การดื่มกาแฟหลาย ๆ แก้วต่อวันไม่ได้เป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจแต่อย่างใด
เป็นที่กังวลเช่นกันว่าการดื่มกาแฟเป็นครั้งคราวอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันได้ในบางคน นอกจากนี้ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจสูงและดื่มกาแฟทุกวันแต่ไม่เกินวันละ 1 แก้วยังอาจมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันสูงขึ้นเช่นกัน โดยจะเกิดขึ้นภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากการดื่มกาแฟ ในขณะที่ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำในปริมาณที่มากกว่านั้นดูเหมือนจะไม่มีความเสี่ยงต่อภาวะนี้
การใช้กาแฟสวนทางทวารอาจไม่ปลอดภัย เพราะสามารถเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงตามมาจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
บุคคลที่ควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟ

หญิงที่ตั้งครรภ์ควรได้รับคาเฟอีนไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน หรือเทียบเท่ากับกาแฟสำเร็จรูปไม่เกิน 2 แก้ว หรือเท่ากับกาแฟชงสด 1 แก้ว หากได้รับกาแฟมากกว่านี้อาจเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการแท้งบุตร คลอดก่อนกำหนด และทารกมีน้ำหนักตัวแรกคลอดน้อยได้ โดยยิ่งได้รับกาแฟมากเท่าใดก็ยิ่งมีความเสี่ยงสูงขึ้น
การดื่มกาแฟวันละ 1-2 แก้วดูเหมือนจะไม่เป็นอันตรายสำหรับแม่ที่ต้องให้นมบุตรและทารก แต่การดื่มกาแฟในปริมาณมากอาจส่งผลต่อระบบย่อยอาหารของทารก อีกทั้งทำให้เด็กนอนไม่หลับและเกิดอาการหงุดหงิดฉุนเฉียวได้
การให้เด็กดื่มกาแฟอาจไม่ปลอดภัย เพราะอาจมีผลข้างเคียงจากการดื่มที่รุนแรงมากกว่าในผู้ใหญ่
ผู้ป่วยโรควิตกกังวลอาจมีอาการวิตกกังวลที่แย่ลงได้จากการดื่มกาแฟ
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการมีเลือดออกผิดปกติ การดื่มกาแฟอาจยิ่งทำให้อาการแย่ลงได้
การดื่มกาแฟต้มจะยิ่งทำให้ได้รับคอเลสเตอรอลและไขมันชนิดอื่น ๆ ในเลือดสูงขึ้น รวมถึงระดับโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ในร่างกายที่อาจจะสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจ และยังมีงานวิจัยที่ชี้ว่าการดื่มกาแฟนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
บางงานวิจัยแนะนำว่าสารคาเฟอีนที่มีอยู่ในกาแฟอาจส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยมีรายงานว่ากาแฟอาจไปเพิ่มหรือลดระดับน้ำตาลในเลือดก็ได้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานจึงควรใช้กาแฟอย่างระมัดระวังและหมั่นตรวจระดับน้ำตาลในเลือด
การดื่มกาแฟอาจส่งผลให้ผู้ป่วยที่มีภาวะความดันโลหิตสูงอยู่แล้วมีระดับความดันโลหิตสูงยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอยู่แล้วอาจได้รับผลกระทบนี้น้อยกว่า
ผู้ป่วยโรคต้อหินไม่ควรดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีน เพราะอาจทำให้ความดันภายในดวงตาสูงขึ้น โดยจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่ภายใน 30 นาทีแรกและคงอยู่อย่างน้อย 90 นาที
การดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนอาจทำให้แคลเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้นจนกระดูกอ่อนแอลง ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนจึงควรจำกัดปริมาณการดื่มกาแฟในแต่ละวันไม่ให้เกิน 300 มิลลิกรัมต่อวัน หรือประมาณ 2-3 แก้ว และอาจรับประทานแคลเซียมเสริมเพื่อทดแทนแคลเซียมที่สูญเสียไป
ผู้ที่มีอาการท้องเสียหรือมีโรคลำไส้แปรปรวนอยู่แล้วไม่ควรรับประทานกาแฟ เพราะสารคาเฟอีนในกาแฟอาจทำให้อาการท้องเสียหรืออาการของโรคแย่ลงกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อได้รับในปริมาณมาก
หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีโรคความผิดปกติเกี่ยวกับการทำงานของวิตามินดีได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ควรระมัดระวังในการดื่มกาแฟเป็นพิเศษ
ปฏิกิริยาของกาแฟกับยารักษาโรค

ห้ามดื่มกาแฟร่วมกับยาเอฟีดรีน (Ephedrine) เพราะยาชนิดนี้มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทเช่นเดียวกับกาแฟ การรับประทานควบคู่กันอาจเกิดผลข้างเคียงร้ายแรงและมีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้ ทั้งนี้ยังรวมถึงผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตามที่ประกอบด้วยเอฟีดรีน
ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับกาแฟ เพราะแอกอฮอล์อาจกระตุ้นให้ร่างกายย่อยคาเฟอีนรวดเร็วขึ้น ส่งผลให้มีสารคาเฟอีนในเลือดมากเกินไปจนได้รับผลข้างเคียงอย่างอาการสั่นกระตุก ปวดศีรษะ และหัวใจเต้นเร็ว
ยาที่ควรระมัดระวังเมื่อใช้ร่วมกับกาแฟ ได้แก่ ยาอะดีโนซีน อะเลนโดรเนท โคลซาปีน ไดไพริดาโมล ไดซัลฟิแรม เอสโตรเจน ฟลูวอกซามีน เลโวไทรอกซีน ลิเทียม ยาต้านซึมเศร้ากลุ่ม MAOIs ยาต้านซึมเศร้ากลุ่มไตรไซคลิก เพนโทบาร์บิทอล ฟีโนไทอาซีนทีโอฟิลลีน เวอราปามิล ยากระตุ้นระบบประสาท ยาต้านการแข็งตัวของเลือด และยาปฏิชีวนะ
ปริมาณการดื่มกาแฟที่ปลอดภัย

ปริมาณกาแฟที่ใช้รักษาโรคชนิดต่าง ๆ ตามที่มีการศึกษาวิจัยในปัจจุบันและพบว่าใช้ได้อย่างปลอดภัย มีดังนี้

การรักษาอาการปวดศีรษะ ดื่มกาแฟวันละ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 แก้ว
การเพิ่มความรู้สึกตื่นตัว ดื่มกาแฟวันละ 250 มิลลิกรัม หรือประมาณ 2 แก้ว
การป้องกันโรคพาร์กินสัน ดื่มกาแฟที่มีคาเฟอีนวันละ 3-4 แก้ว โดยแต่ละงานวิจัยใช้กาแฟที่มีคาเฟอีนประมาณ 421-2,716 มิลลิกรัม แต่การดื่มประมาณ 124-208 มิลลิกรัม หรือประมาณ 1-2 แก้วก็อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคพาร์กินสันได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับผู้หญิงควรรับประทานประมาณวันละ 1-3 แก้วจะให้ผลดีที่สุด
การป้องกันโรคนิ่วในถุงน้ำดี ได้รับคาเฟอีนในปริมาณวันละ 400 มิลลิกรัมขึ้นไป หรือเทียบเท่ากับกาแฟมากกว่า 2 แก้ว อย่างไรก็ตาม การดื่มกาแฟอย่างน้อยวันละ 800 มิลลิกรัมนั้นน่าจะมีประสิทธิภาพดีที่สุด

Posted on

ก.แรงงาน เตรียมส่งแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย

01-4

L_jjb6abafdfaaegagbckda

กระทรวงแรงงาน เตรียมส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย พร้อมผนึกกำลังเครือข่ายลุยให้ความรู้ จัดกิจกรรมสนับสนุนแรงงานเดินทางอย่างปลอดภัย
พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวในงานแถลงข่าว “ส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย”
ว่า สถานประกอบกิจการส่วนใหญ่ได้กำหนดให้วันสงกรานต์เป็นวันหยุดตามประเพณีเพื่อให้ลูกจ้างได้เดินทางกลับภูมิลำเนากลับไปเยี่ยมครอบครัวและร่วมกิจกรรมตามประเพณีนิยม ซึ่งในปีนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันพฤหัสบดีที่ 12 เม.ย.61 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษhttp://espanyc.com
โดยเป็นวันหยุดต่อเนื่องในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ รวม 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 12 – 16 เม.ย.61 ประกอบกับคณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา ลาว และเมียนมาที่ทำงานในประเทศไทย ประเภทกรรมกร รับใช้ในบ้าน ช่างเครื่องยนต์ในเรือประมงทะเล และผู้ประสานงานด้านภาษา
สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางเพื่อร่วมงานประเพณีสงกรานต์และกลับเข้ามาในประเทศไทยได้ตั้งแต่วันที่ 5 -30 เม.ย.61 ดังนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวจะมีผู้ใช้แรงงานทั้งชาวไทยและต่างด้าวเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะมีไทยเดินทางไปกลับบ้านประมาณ สี่ล้านคน และแรงงานต่างด้าวเดินทางเข้า-ออกกว่าสองแสนคน

7-แรงงานทเตรยมกลบจงหวดเกาะสอง

รมว.แรงงาน กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงาน มีความห่วงใยพี่น้องแรงงานทุกคน และเพื่อให้เดินทางไปกลับได้อย่างปลอดภัย ลดอุบัติเหตุ ตลอดจนมีความสะดวกในการเดินทาง
กระทรวงแรงงานได้ขอความร่วมมือนายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของลูกจ้างพนักงาน โดยเฉพาะในกิจการขนส่งจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งในเรื่องชั่วโมงการทำงาน เวลาพัก และการทำงานล่วงเวลา
รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับเส้นทางการเดินทาง ตารางเวลารถโดยสาร เส้นทางการจราจร การเตรียมยานพาหนะและวินัยจราจร เป็นต้น ในส่วนของลูกจ้างขอให้วางแผนในการเดินทางทั้งไปและกลับ เตรียมตัวให้พร้อม
สำหรับลูกจ้างต่างด้าวต้องเตรียมเอกสารประจำตัวให้พร้อมเพื่อให้เดินทางผ่านเข้าออกได้อย่างสะดวก ทั้งนี้ ได้ประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อสร้างความร่วมมือกันส่งพี่น้องแรงงานกลับบ้านเทศกาลสงกรานต์อย่างปลอดภัย
เช่น กรมการขนส่งทางบกในการจัดรถสาธารณะให้เพียงพอ กรมทางหลวงในการดูแลเรื่องการจราจร เป็นต้น นอกจากนี้ กระทรวงแรงงาน ยังได้เปิดคลินิกช่างให้บริการตรวจความพร้อมยานพาหนะที่ใช้เดินทาง เปิดให้บริการนวดผ่อนคลาย
จัดรถบริการตรวจสุขภาพเคลื่อนที่ แจกเวชภัณฑ์ให้กับผู้ใช้แรงงาน ณ สถานีขนส่งหลัก ตลอดจนเปิดบริการสายด่วน 1506 คอยให้ความช่วยเหลือตลอดช่วงเวลาดังกล่าว

Posted on

แชมป์เปี้ยนGSB TBSL2018 ได้แก่ ทีมสโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 3 ล้านบาท

iq25b670903a7e1a4ec69a081b8933189e

บาส

 

แชมป์เปี้ยนGSB TBSL2018 ได้แก่ ทีมสโมสรโมโนแวมไพร์ บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 3 ล้านบาท

รองชนะเลิศอันดับที่ 2 ได้แก่ ทีมสโมสรไฮเทค บาสเกตบอลคลับ เงินรางวัล 2 ล้านบาท
รองชนะเลิศอันดับที่ 3 ได้แก่ ทีมสโมสรแมดโกท เงินรางวัล 1.5 ล้านบาท
ควอเตอร์แรก เริ่มเกมเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ค่อนข้างดี ด้วยการรันเล็กๆที่ 0-6 แต้ม แต่ด้วยโมโน แวมไพร์ที่ไม่อยากให้มีเกมที่สาม ทำให้เหล่าค้างคาวอมตะค่อนข้างมีความมุ่งมั่นมากที่เดียว
จึงส่งผลให้รูปเกมสนุกสูสีทีเดียว หลังจากนั้น ไฮเทคที่ใช้เกมรุกแบบส่องไกลกับระยะกลางเป็นส่วนใหญ่เพื่อดึงให้ “ดิกัวร่า มัลเตส” ออกจากใต้แป้นแล้วค่อยบุกเข้าใน สร้างปัญหาให้โมโน แวมไพร์พอสมควร ก่อนจะปิดควอเตอร์ไปที่สกอร์ 22-22 คะแนนhttp://kidsinventsingapore.com

ควอเตอร์สอง เปิดฉากเป็นทางไฮเทคที่ออกสตาร์ทได้ดีอีกครั้ง ด้วยการรันเล็กๆ 1-11 แต้ม ทำให้โมโน แวมไพร์ต้องขอเวลาเพื่อเบรกเกมและก็ค่อนข้างได้ผล สามารถลดช่วงว่างของแต้มได้ดี
ทำให้รูปเกมกลับมาสนุกสูสีกันอีกครั้ง และด้วยการจ่ายบอลที่ชาญฉลาดของ “เจสัน บริคแมน” แต่โมโน แวมไพร์ ก็ยังคงมีปัญหาในการป้องกันเกมบุกของไฮเทค ทำให้จบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 35-42 คะแนน

ควอเตอร์สาม เริ่มครึ่งหลังขอเกมเป็นทั้งสองทีมที่ทำผลงานได้สูสีกัน แต่ไฮเทคจะได้เปรียบจากแต้มที่สะสมไว้ในช่วงครึ่งแรก ขณะที่โมโน แวมไพร์ก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะปิดเกมนี้ด้วยชัยชนะให้ได้เช่นกัน
และทำได้ดีทีเดียวจนสามารถทำแต้มไล่เกาะติดอีกครั้ง หลังจากนั้นรูปเกมสนุกสูสีชนิดยิงมายิงกลับ ก่อนจะจบควอเตอร์ไปที่สกอร์ 52-58 คะแนน

ควอเตอร์สี่ เปิดฉากเป็นทั้งสองทีมที่ชิงไหวชิงพริบกันโดยตลอด แล้วในโมโน แวมไพร์ปรับเปลี่ยนแผนมาใช้ลูกส่องไกลเป็นหลักและก็แม่นที่เดียว โดยเฉพาะ “ซามาร์ พอล” ทำให้แต้มกลับมาเสมอกัน
ทำให้เกมกลับมานับหนึ่งกันใหม่ หลังจากนั้น ผู้เล่นอิมพอร์ตของโมโน แวมไพร์ค่อยๆช่วยกันทำเกมบุกได้ดีพร้อมกลับพลิกขึ้นนำได้สำเร็จ และทิ้งระยะห่างออกไปพอสมควร ขณะที่ไฮเทคตื้อไป ทำให้ โมโน แวมไพร์สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ที่สกอร์ 81-69 คะแนนและเป็นการที่ชนะ 2 เกมรวด

Posted on

งบฯกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก 5.3 หมื่นล้าน “บิ๊กตู่” เข้มทุกขั้นตอน ปิดช่องคนโกง

่่

นับ 1 ไทยนิยม ยั่งยืน โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน 82,371 หมู่บ้าน-ชุมชนละไม่เกิน 2 แสนบาท เม็ดเงินรวมกันกว่า 16,474 ล้านบาท ในช่วงโค้งสุดท้ายของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนระฆังการเมืองดังขึ้น-ปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมทางการเมืองได้ พล.อ.ประยุทธ์-ขุนพลทหาร ขอออกหมัดทำคะแนนหนีคู่แข่ง-เรียกกระแสรัฐบาลทหารให้กลับมาติดชาร์ตอีกครั้ง

เม็ดเงิน 2 หมื่นล้านบาท ที่ลงไปครั้งนี้ มีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข (TOR) โครงการแต่ละหมู่บ้าน-ชุมชน เสนอโครงการที่มี “ความพร้อม” ได้ ไม่เกิน 2 โครงการ ซึ่งได้รับข้อมูลปัญหา-ความต้องการจากเวทีประชาคมไทยยั่งยืน หรือแผนพัฒนาหมู่บ้าน-ชุมชนระยะเวลาดำเนินโครงการต้องไม่เกิน 120 วัน หรือเริ่มต้นโครงการตั้งแต่เดือน เม.ย. 61 กระทั่งเสร็จสิ้นโครงการไม่เกินเดือน ก.ค. 61

ขณะที่ลักษณะของโครงการจะต้องเป็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในหมู่บ้าน-ชุมชน เป็นโครงการที่สามารถทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก-ยกระดับหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น

เนื่องจากโครงการลักษณะ-รูปแบบเดียวกับ “ไทยนิยม ยั่งยืน” ไม่ใช่โครงการแรกในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ หว่านงบฯ-อัดฉีดเงินลงไปในหมู่บ้าน-ชุมชน

ก่อนหน้าที่ ครม.ได้อนุมัติโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐประจำปีงบประมาณ 2559 วงเงินไม่เกิน 15,000 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 2 แสนบาท

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบโครงการยกระดับศักยภาพหมู่บ้านเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ประจำปีงบประมาณ 2560 วงเงิน 18,760 ล้านบาท หรือหมู่บ้านละ 250,000 บาท

ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมาทั้ง 2 ครั้ง ประสบปัญหาหลายประการ เช่น การดำเนินโครงการล่าช้า ช่วงเวลาดำเนินโครงการไม่เหมาะสม

ดังนั้น การดำเนินโครงการครั้งนี้ จึงมีหลักเกณฑ์-เงื่อนไข และข้อห้ามจำนวนมาก เช่น ให้ใช้แรงงานคนไทยในพื้นที่หมู่บ้าน-ชุมชน หากไม่เพียงพอให้ใช้แรงงานในพื้นที่ใกล้เคียงซึ่งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน ห้ามจ้างแรงงานต่างด้าว

ห้ามนำงบประมาณไปต่อยอดเงินกองทุนหมู่บ้าน-ชุมชน หรือในลักษณะกองทุนหมุนเวียน ห้ามนำงบประมาณไปดำเนินโครงการ-กิจกรรม โดยวิธีหารเฉลี่ยหรือแบ่งเงิน สิ่งของ ห้ามแจกจ่ายเป็นเงินหรือสิ่งของ ห้ามนำไปใช้ในลักษณะให้กู้ยืม

ห้ามดำเนินโครงการฝึกอบรม สัมมนา ศึกษาดูงาน การจัดนิทรรศการ ไม่เป็นโครงการที่ซ้ำซ้อน ห้ามมิให้ดำเนินการที่เป็นสิ่งก่อสร้างในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เว้นแต่ได้รับการอนุญาต

ห้ามก่อสร้าง ปรับปรุง ซ่อมแซม เกี่ยวกับศาสนสถาน สถานศึกษา สถานที่ราชการ ยกเว้นเป็นที่ตั้งโครงการที่เป็นสาธารณประโยชน์และได้รับอนุญาต

ห้ามดำเนินโครงการในที่สาธารณประโยชน์ ยกเว้น ซ่อมแซมสาธารณประโยชน์ที่มีอยู่แล้วในที่สาธารณประโยชน์ หรือโครงการที่เป็นการดูแลป้องกันที่สาธารณประโยชน์

ห้ามจัดทำโครงการซื้อครุภัณฑ์ เว้นแต่ เป็นการจัดซื้อครุภัณฑ์จำเป็นเพื่อประกอบโครงการและจะต้องจัดทำแผนการใช้งาน บำรุงรักษา และมีคณะกรรมการหมู่บ้าน-ชุมชน หรือคณะกรรมการกลุ่ม-คณะกรรมการบริหารโครงการรับผิดชอบที่

ทั้งนี้ ครุภัณฑ์ที่จัดซื้อต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.)

ห้ามจัดซื้อครุภัณฑ์ยานพาหนะประเภทใช้เครื่องยนต์หรือเครื่องไฟฟ้า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร เช่น วิทยุสื่อสาร โทรศัพท์มือถือ กล้องวงจรปิด แผงโซลาร์เซลล์ วัสดุครุภัณฑ์ที่ผ่านการใช้แล้วและเครื่องออกกำลังกายที่ใช้พลังงานไฟฟ้า

สุดท้ายแล้วผลลัพธ์จะออกมาดั่งใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งใจไว้หรือไม่

4 เดือนนับจากนี้เป็นคำตอบ

Posted on

หลุยส์ เอ็นรีเก้ : ฟุตบอลคือทุกสิ่ง แต่วิ่งมาราธอนเปลี่ยนชีวิต

Luis-Enrique

 

ชีวิตไม่ใช่ฟุตบอล ! ประโยคนี้เหมาะกับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ ตำนานกองกลางทีมชาติสเปน และยอดเทรนเนอร์ บาร์เซโลน่า เพราะนอกจากการเป็นนักฟุตบอลอาชีพแล้ว หลังจากที่แขวนสตั๊ดเจ้าตัวหันไปเอาดีกับการเป็นกุนซือ และมักใช้เวลาในการผ่อนคลายจากเกมลูกหนังด้วยการวิ่งมาราธอน

เอ็นรีเก้ ตอนนี้ยังคงว่างงานหลังจากโบกมือลาถิ่นคัมป์ นู และว่ากันว่าเขาเป็นหนึ่งในโค้ชเนื้อหอมเลยทีเดียว เนื่องจากมีหลายๆ สโมสรในยุโรปที่แสดงความสนใจอยากใช้บริการเขา โดยเฉพาะ อาร์เซน่อล กับ เชลซี ที่ตกเป็นข่าวกับนายใหญ่ชาวสแปนิช มาตลอด

สำหรับเรื่องงานตอนนี้ยังไม่มีอะไรชัดเจน และ เอ็นรีเก้ ก็ดูเหมือนจะไม่มัวมาหมกมุ่นในเรื่องพวกนี้ด้วย เพราะเขาหันไปใช้เวลากับการเล่นกีฬาประเภทอื่น แถมยังทำได้ดีมากๆ โดยเฉพาะการวิ่งมาราธอนระยะทาง 42.195  กิโลเมตร และการแข่งขันอัลตร้ามาราธอน

จริงๆ แล้วเรื่องการวิ่ง และการสร้างความอดทนแบบนี้ เอ็นรีเก้ ทำมาเนิ่นนานแล้ว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ เพราะย้อนไปเมื่อปี 2008 เอ็นรีเก้ ซึ่งเคยได้แชมป์ลา ลีกา ในฐานะนักเตะ และเทรนเนอร์ เคยผ่านการลงแข่งกีฬาปอดเหล็กมาแล้วในรายการ มาราธอน เดอส์ ซาเบลอส์

สำหรับรายการนี้เป็นการวิ่งระยะไกลผ่านทะเลทราย ซาฮารา ในประเทศโมร็อกโก ที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ซึ่งรวมแล้วต้องวิ่งกันถึง 6 มาราธอนเลยทีเดียว โดยตลอดช่วง 6 วันผู้ที่เข้าร่วมแข่งขันจะต้องวิ่งกันรวมทั้งสิ้น 156 ไมล์ (ประมาณ 251 กิโลเมตร) โดยรายการนี้มีผู้ร่วมแข่งเป็นพันๆ คน และยังต้องแบกเป้ส่วนตัว โดยมีอาหารของพวกเขาซึ่งต้องกิน 2,000 แคลอรี่ต่อวัน และต้องนอนร่วมกับคู่แข่งอีก 7 คนต่อ 1 เต้นท์

เอ็นรีเก้ ซึ่งสมัยเป็นนักเตะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้เล่นที่เต็มไปด้วยพละกำลังทั้งตอนที่ค้าแข้งกับ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด ยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อเขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดในปี 2004 เอ็นรีเก้ ก็ไม่ยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวเหมือนนักเตะบางคนจนร่างกายอ้วนลงพุง เพราะเขายังคงทำให้หลายคนต้องเซอร์ไพรส์ที่เห็นเจ้าตัวยังคงฟิตเปรี๊ยะเหมือนหนุ่มๆ อายุสามสิบต้นๆ

เหตุผลสำคัญที่ เอ็นรีเก้ ทำแบบนี้เพราะเขาเป็นคนที่มักจะทำอะไรก็ตามที่ต้องการข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และก็สร้างความน่าประทับใจสุดๆ ยิ่งกว่าตอนที่เป็นพ่อค้าแข้งด้วยซ้ำ เพราะในปี 2005 อดีตสตาร์ทีมชาติสเปน รวมการแข่งขันนิวยอร์ก มาราธอน และทำเวลาได้น่าทึ่งมากๆ เพียง 3:14:09 เท่านั้น

กระนั้นในปีถัดมา อดีตเทรนเนอร์ “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า ได้พยายามพัฒนาการวิ่งของตัวเองมากยิ่งขึ้น โดยในรายการอัมสเตอร์ดัม มาราธอ โดยผลงานของเขาก็แจ่มแจ๋วยิ่งขึ้นเมื่อทำเวลาต่ำลงมากว่าเดิมอยู่ที่ 3:00:19 เลยทีเดียว

ส่วนที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงก็คือในการแข่งขันรายการฟลอเรนซ์ มาราธอน ในปี 2007 เอ็นรีเก้ สามารถวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 2:58:08 !!! และถ้าหากคิดว่านี่เป็นเรื่องที่สุดยอดแล้ว ขอบอกว่ายังไม่ใช่ เพราะในปีเดียวกันนี้ เอ็นรีเก้ ยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นคนแกร่งยิ่งกว่านี้ด้วยการร่วมแข่งรายการคนเหล็ก “ไอรอนแมน” ที่ประเทศเยอรมนี

สำหรับรายการนี้เป็นการแข่งขันไตรกีฬาคนเหล็ก ระยะทาง 140 ไมล์ (ประมาณ 225 กิโลเมตร) ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ยากที่สุดในโลกเป็นสองเท่าเลยทีเดียว อย่างไรก็ตามการวิ่งไม่ใช่กีฬาเพียงรายการเดียวที่ทำให้ เอ็นรีเก้ ได้หลั่งอะดรีนาลีนเท่านั้น เพราะเขายังคงชื่นชอบการเล่นเซิร์ฟตอนที่ใช้ชีวิตอยู่ในออสเตรเลีย รวมทั้งปั่นจักรยานด้วย

เอ็นรีเก้  เคยปั่นจักรยานเข้าเส้นชัยในรายการ คิวบร็องธาอูซอส์ ซึ่งต้องปั่นผ่านเทือกเขาพิเรนีสเป็นระยะทาง 127 ไมล์ (ประมาณ 204 กิโลเมตร)

ตำนานดาวเตะเลือดกระทิงดุ เผยเกี่ยวกับความท้าทายในชีวิตของเขาว่า “ตอนที่ผมเลิกเล่นฟุตบอล ผมอยากลองไปแข่งวิ่ง แต่หลังจากวิ่งไปได้ 45 นาทีเท้าของผมก็มีแผลบวม เพราะผมเคยชินกับการเล่นฟุตบอลเท่านั้น สำหรับการเล่นฟุตบอลมันวิ่งแค่ 50 เมตร แล้วก็หยุด วิ่งอีก 10 เมตร แล้วก็หยุด”

    “ผมเคยชินแบบนั้น ผมสามารถยิ่งได้นาน แต่ต้องเป็นการวิ่งในเกมฟุตบอล มาราธอนมันต้องวิ่งด้วยเพซที่คงเดียวตลอดการแข่งขัน นั่นเป็นเรื่องยากมากในการปรับตัว แต่ผมก็ทำได้หลังจากที่ฝึกซ้อมเยอะมาก และจากนั้นผมก็เริ่มหันมาแข่งไตรกีฬา”

    “การปั่นจักรยาน และว่ายน้ำมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการวิ่ง การฝึกซ้อมนานๆ มันทำให้เพลิดเพลินมากๆ ตอนที่ผมฝึกซ้อม ผมใช้เวลา 3 วันในการวิ่งตอนเช้า และว่ายน้ำตอนบ่าย จากนั้นผมก็จะไปปั่นจักรยานทุกๆ 3 หรือ 4 วัน” เอ็นรีเก้ ระบุ

สำหรับ เอ็นรีเก้ ประโยคที่ว่า “ฟุตบอลไม่ใช่ทุกอย่างของชีวิต” เหมาะกับเขาที่สุด เพราะชีวิตมีอะไรมากกว่าแค่การวิ่งไล่เตะลูกกลมๆ ดั่งประโยคยอดฮิตที่ว่า “ถ้าคุณอยากวิ่ง คุณวิ่งกิโลเดียวก็พอ ถ้าคุณอยากพบชีวิตใหม่ คุณต้องมาวิ่งมาราธอน !!

Posted on

คนงานพบ 2 เด็กหญิงอยู่ในโอ่ง เผยหนีออกจากบ้าน มีเงินติดตัว 40 บาท

สองเด็กหญิงวัย 12 ปี หนีออกจากบ้าน ตั้งใจไปหาเพื่อนหญิงที่นครพนม แอบซ่อนอยู่ใต้เบาะรถ บขส. ก่อนเดินไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย กระทั่งมาพบโอ่งใหญ่หน้าร้านวัสดุก่อสร้าง จึงเข้าไปนอนหลบหนาวอยู่ข้างใน

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODU4LzQyOTIzOTgvbmV3czA4LmpwZw==

(18 พ.ย.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ด.ต.ธีระชัย เพ็งคำศรี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองอุดรธานี ปฎิบัติหน้าที่หัวหน้าตำรวจชุมชนตำบลหนองนาคำ ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 ว่า มีเด็กหญิงพลัดหลงมานอนหลับอยู่ในโอ่งแดง หน้าร้านวัสดุก่อสร้างพูลผล บ้านนาดอน ถนนอุดรธานี –สกลนคร ต.หนองนาคำ จึงออกไปตรวจสอบ

พบเด็กหญิง 2 คน นอนอยู่ภายในโอ่งแดงขนาดใหญ่ มีกระเป๋าเป้สีม่วง และสีลาย 2 ใบ ภายในไม่มีเสื้อผ้า ทั้งสองคนมีเงิน 40 บาท มีสมุดพกนักเรียน ชั้น ป.6 โรงเรียนเเห่งหนึ่งใน จ.ศรีสะเกษ เด็กทั้งสองไม่ยอมพูดกับใคร ตำรวจจึงนำตัวไปสอบถามที่ ตชต.หนองนาคำ หาข้าวและน้ำให้ดื่มทาน

เด็กทั้งสองรีบรับและทานด้วยความหิวโหย เมื่ออิ่มแล้วจึงบอกว่าชื่อ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี และ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 12 ปี เป็นชาว อ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ ทั้งสองเป็นเพื่อนกัน ไม่มีโทรศัพท์มือถือ หรือเครื่องมือสื่อสารใดๆ ติดตัว

สอบถามเด็กๆ เล่าว่า เมื่อวานนี้ (17 พ.ย.) ได้ชักชวนกันหนีออกจากบ้านไปหาเพื่อนหญิงที่เคยเรียนด้วยกัน แต่ย้ายไปอยู่ที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม โดยนั่งรถจากหมู่บ้าน มาลอบขึ้นรถทัวร์โดยสารที่ บขส.ในตัวเมืองศรีสะเกษ ด้วยวิธีหลบซ่อนตัวอยู่ใต้เบาะนั่งผู้โดยสารและเผลอหลับไป

Advertisement Replay Ad
กระทั่งมารู้สึกตัวก็มืดค่ำแล้ว หลังจากลงจากรถที่ บขส.เมืองอุดรธานี ทั้งสองมีเงินติดตัวอยู่ 40 บาท จึงเดินเท้าตามป้ายที่บอกว่าไป จ.สกลนคร เดินไปเรื่อยๆ และรู้สึกเหนื่อยและอากาศหนาว พอเห็นโอ่งแดงขนาดใหญ่ตั้งอยู่หน้าร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง จึงชวนกันปีนเข้าไปนอนหลับ และตื่นเพราะมีคนงานร้านขายวัสดุมาพบ และแจ้งตำรวจดังกล่าว

ด.ต.ธีระชัย เพ็งคำศรี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองอุดรธานี จึงได้อบรมแจ้งถึงอันตรายที่เด็กจะได้รับจากการหลบหนีออกจากบ้าน ทำให้เด็กทั้งสองมีสีหน้าหวาดกลัว พร้อมกับบอกว่าอยากกลับบ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายเลขโทรศัพท์ของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ซึ่งเด็กทั้งสองบอกว่าไม่รู้

ต่อมาจึงโทรศัพท์ติดต่อไปยัง สภ.พยุห์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อสอบถามการแจ้งคนหายและให้ติดต่อญาติตามที่อยู่ให้ทราบว่าเด็กทั้งสองปลอดภัย ขณะนี้อยู่กับตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี แต่ปรากฏว่าไม่มีเจ้าหน้าที่รับสาย จึงให้เด็กทั้งสองสัญญาว่า ถ้าส่งขึ้นรถกลับบ้านที่ จ.ศรีสะเกษ ต้องกลับให้ถึงบ้าน และจะไม่หลบหนีระหว่างทางไปที่อื่นอีก ซึ่งเด็กทั้งสองได้ให้สัญญา จึงนำตัวไปลงบันทึกประจำวัน เพื่อดำเนินการนำเด็กทั้งสองส่งกลับบ้านคืนผู้ปกครองอย่างปลอดภัยต่อไป

Posted on

อุตุฯพยากรณ์เย็นไทยตอนบนฝนเพิ่มกทม.70%

กรมอุตุพยากรณ์อากาศช่วงเย็น ไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น กทม. ฝนร้อยละ 70

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDE3LzIwODg4ODYvNzM4NDg5LTAxLmpwZw==

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 23 ตุลาคม 2559 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมี คลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2559 สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17:00 น.วันนี้ – 17:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

Posted on

อุตุฯพยากรณ์เย็นไทยตอนบนฝนเพิ่มกทม.70%

กรมอุตุพยากรณ์อากาศช่วงเย็น ไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้น กทม. ฝนร้อยละ 70

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvNDE3LzIwODg4ODYvNzM4NDg5LTAxLmpwZw==

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ลักษณะอากาศทั่วไป วันที่ 23 ตุลาคม 2559 พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนคลื่นลมในทะเลอันดามันมี คลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2559 สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนตกหนักบางแห่ง

พยากรณ์อากาศสำหรับกรุงเทพฯ และปริมณฑล เวลา 17:00 น.วันนี้ – 17:00 น.วันพรุ่งนี้ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

Posted on

การไฟฟ้าย้ายเสาไฟ ขุดเจอยาบ้าเกือบ 3 หมื่นเม็ด เร่งหาตัวเจ้าของ

รถแบคโฮขุดย้ายเสาไฟฟ้า ชาวบ้านถึงกับผงะเจอยาบ้าเกือบ 30,000 เม็ด ฝังอยู่ข้างเสาไฟ ตำรวจขยายผลหาที่มาของยาบ้า

aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL25zLzAvdWQvODU4LzQyOTAxNDIvc2Nkdi5qcGc=

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (17 พ.ย. 60) ร.ต.อ.สามารถ แม่นปืน รอง สว.(สอบสวน) สภ.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ได้รับแจ้งจาก บริษัท เอ็น แอส แอล ปาล์มทอง เลขที่ 162 หมู่ 3 ต.หนองแวง อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ว่า ได้ใช้รถแบคโฮขุดย้ายเสาไฟฟ้า ขณะขุดโดยรอบเสาไฟฟ้าพบกล่องพลาสติก สีขาว ถูกบุ้งกี๋รถแบคโฮกระแทกแตกออก ภายในกล่องมีก้อนวัตถุห่อด้วยกระดาษ พันด้วยเทปสีเหลืองอย่างแน่นหนา และมีบางส่วนแตกเป็นผงออกมาคล้ายยาบ้า จึงรุดไปดูที่เกิดเหตุ

จากการตรวจสอบพบกล่องพลาสติกสีขาวแตกวางอยู่ติดกับเสาไฟฟ้า ลึกลงไปจากผิวดินประมาณ 1 ฟุต และส่วนที่ถูกบุ้งกี๋รถแบคโฮแตกออกบางส่วน เมื่อแกะกล่องและแกะก้อนกระดาษออกมาดู ภายในพบเป็นยาบ้า จึงรายงานให้ผู้บัญชาทราบ และนำยาบ้าทั้งหมดไปตรวจสอบที่ สภ.วัฒนานคร อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว และจากการตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจริง นับได้จำนวน 27,911 เม็ด และมีส่วนที่แตกออกเป็นผงอีก 8.7 กรัม

ทางด้าน พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.สภ.วัฒนานคร เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 27,911 เม็ด ที่เจออยู่ในกล่องพลาสติก มีฝาปิด กว้างยาวประมาณ 1 ฟุต วางอยู่ที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้า ที่ทางการไฟฟ้าเปลี่ยนเสาไฟฟ้าขึ้นมา โดยใช้รถแบคโฮมาขุดที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้าก็พบพลาสติกกล่องนี้ ส่วนที่เป็นบุ้งกี๋แบคโฮกดถูกก็แตกออก มียาบ้าไหลออกมาจำนวนหนึ่ง ส่วนที่แตกออกก็ประมาณ 8 กรัม จึงได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ

ยาบ้าชุดนี้ทั้งหมดเก็บมาส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ เพื่อขยายผลหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป

ทางด้าน พ.ต.อ.สุบิน บุญเล็ก ผกก.สภ.วัฒนานคร เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบยาเสพติดประเภทยาบ้า จำนวน 27,911 เม็ด ที่เจออยู่ในกล่องพลาสติก มีฝาปิด กว้างยาวประมาณ 1 ฟุต วางอยู่ที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้า ที่ทางการไฟฟ้าเปลี่ยนเสาไฟฟ้าขึ้นมา โดยใช้รถแบคโฮมาขุดที่บริเวณโคนเสาไฟฟ้าก็พบพลาสติกกล่องนี้ ส่วนที่เป็นบุ้งกี๋แบคโฮกดถูกก็แตกออก มียาบ้าไหลออกมาจำนวนหนึ่ง ส่วนที่แตกออกก็ประมาณ 8 กรัม จึงได้แจ้งทางเจ้าหน้าที่ให้ไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ

ยาบ้าชุดนี้ทั้งหมดเก็บมาส่งให้กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบ เพื่อขยายผลหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป